================================================== -->

บา คา ร่า 24

ดรภกอนันต์ชัย อัศวเมฆิณ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องของการชายยังเป็นการต่อสู้ทางความคิดของแต่ละกลุ่มยังไม่มีใครพูดถึงภาพรวมของกัญชาทั้งหมด ยังคงพูดแต่เรื่องการใช้ การเข้าถึงว่าจะเป็นวิถีพื้นบ้านหรือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ภายใต้การกำกับของแพทย์ หรือการใช้เพื่อรักษาตัวเอง ซึ่งประโยชน์ของกัญชาจะใช้เพื่อเป็นยาเสริม หรือเพิ่มคุณภาพชีวิตเราต้องเป็นคนตัดสินใจร่วมกัน โดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ของปปส และร่างพรบยาเสพติด ฉบับสนช มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือลดความผิดของผู้เสพ ให้เป็นผู้ป่วย แต่จะต้องควบคุมแค่ไหนต้องดูกรอบกฎหมาย ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัดต้องดูเรื่องการรับรองกำกับว่าจะทำอย่างไร เป็นแบบแพทย์แผนไทย หรือแผนปัจจุบัน การวิจัย ตำรับยาที่ไม่ได้วิจัยแต่ใช้เป็นทางเลือก ทุกอย่างต้องใช้ให้สมดลและปลอดภัย

  • เยี่ยมชมบล็อก:692934
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 192
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-04-01 19:42:36
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

14 พย61 - ที่โรงแรม เซ็นทารา แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ อดีตรองนายกฯ สมัยพรรคพลังประชาชน แถลงข่าวเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองว่า ก่อนหน้านี้มีหลายพรรคการเมืองติดต่อให้ตนไปร่วมงาน แต่จากการพูดคุยกับพรรคต่างๆได้ตัดสินใจที่จะร่วมงานการเมืองกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มีนายสุภดิช อากาศฤกษ์ เป็นหัวหน้าพรรคอยู่ในขณะนี้ โดยเหตุผลที่ตัดสินใจเช่นนี้เป็นเพราะจากการพูดคุยกับนายสภุดิช และกรรมการบริหารพรรค ที่มาเชิญให้ตนเข้าร่วมงานด้วย ซึ่งเขายินยอมให้ตนเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเขียนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของพรรคทั้งหมด และอีกเงื่อนไขที่ตนเสนอแล้วเขายินดีก็คือ หากจะให้ตนเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ก็จำเป็นต้องเสนอชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเขายินดีที่จะเสนอตนเป็นรายชื่อว่าที่นายกฯของพรรคเพียงรายชื่อเดียว อีกทั้งยินดีให้ตนเป็นหัวหน้าพรรค โดยตนจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคก่อนวันที่ 26 พยนี้

ที่เก็บบทความ

2015(352)

2014(155)

2013(15)

2012(714)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: ฮั่นเน็ต

บา คา ร่า 24,ดรภกอนันต์ชัย อัศวเมฆิณ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องของการชายยังเป็นการต่อสู้ทางความคิดของแต่ละกลุ่มยังไม่มีใครพูดถึงภาพรวมของกัญชาทั้งหมด ยังคงพูดแต่เรื่องการใช้ การเข้าถึงว่าจะเป็นวิถีพื้นบ้านหรือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ภายใต้การกำกับของแพทย์ หรือการใช้เพื่อรักษาตัวเอง ซึ่งประโยชน์ของกัญชาจะใช้เพื่อเป็นยาเสริม หรือเพิ่มคุณภาพชีวิตเราต้องเป็นคนตัดสินใจร่วมกัน โดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ของปปส และร่างพรบยาเสพติด ฉบับสนช มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือลดความผิดของผู้เสพ ให้เป็นผู้ป่วย แต่จะต้องควบคุมแค่ไหนต้องดูกรอบกฎหมาย ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัดต้องดูเรื่องการรับรองกำกับว่าจะทำอย่างไร เป็นแบบแพทย์แผนไทย หรือแผนปัจจุบัน การวิจัย ตำรับยาที่ไม่ได้วิจัยแต่ใช้เป็นทางเลือก ทุกอย่างต้องใช้ให้สมดลและปลอดภัย สืบพงษ์ ยื่นหนังสือถึงเลขาฯ ศาล ถอดชื่อ ชำนาญ ออกจากบัญชีผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น กตในชั้นศาลฎีกา เหตุขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย วันที่ 14 พย นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้กำหนดการเลือกตั้งซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (กต) ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา ซึ่งว่างลง 1 ตำแหน่ง แทนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ที่ถูกลงมติถอดถอน แต่ปรากฏว่าคงมีรายชื่อนายชำนาญเป็นบุคคลที่มีสิทธิ์รับเลือกเป็น กตอยู่ว่า ตนในฐานะคณะผู้แทนผู้เข้าชื่อในการยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจาก กต เห็นว่าผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็น กตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 39 แห่ง พรบระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พศ2543 ซึ่งตาม (1) กำหนดว่าต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 26 (5) อันเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา คือไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย นายสืบพงษ์กล่าวว่า เมื่อคณะผู้แทนของผู้เข้าชื่อได้ร่วมกันยื่นคำร้องโดยเเสดงเหตุแห่งการประพฤติตนเสื่อมเสียของนายชำนาญ เพื่อให้มีการพิจารณาลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง กต ซึ่งตามระเบียบ กตว่าด้วยการเข้าชื่อและลงมติเพื่อถอดถอน กต พศ2544 ข้อ 4 (2) ระบุให้ผู้เข้าชื่อถอดถอนแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดี ที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีความประพฤติเสื่อมเสีย สอดคล้องกับถ้อยคำในมาตรา 26 (5) ดังนั้นเมื่อข้าราชการตุลาการเท่าที่มีอยู่ ยกเว้นผู้ช่วยผู้พิพากษา ได้ลงมติมีผลให้ถอดถอนนายชำนาญออกจาก กตแล้ว มติดังกล่าวจึงเป็นที่สุดตามข้อ 17 ของระเบียบดังกล่าว จึงถือว่านายชำนาญเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียอันขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น กต และมีผลผูกพันสำนักงานศาลยุติธรรมที่จะต้องไม่บรรจุรายชื่อนายชำนาญไว้ในบัญชีผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น กต ตามกฎหมายและระเบียบดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 13 พยที่ผ่านมา ตนได้ยื่นหนังสือไปถึงนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้ลบชื่อนายชำนาญออกจากบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น กตในชั้นศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ระบุ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 พยที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรมได้ประกาศบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น กตผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา จำนวน 116 คน โดยก่อนหน้านี้ สำนักงานศาลยุติธรรมได้จัดส่งแบบแสดงความประสงค์รับเลือกเป็น กตในศาลฎีกาทางเว็บไซต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อให้ข้าราชการที่มีสิทธิในศาลฎีกาแสดงความประสงค์ และให้จัดส่งไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมภายในวันที่ 5 พยที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่ารายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น กตศาลฎีกานั้น มีชื่อนายชำนาญซึ่งเคยถูกถอดถอนรวมอยู่ด้วย มีรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 13 พยที่ผ่านมา นายชำนาญได้ยื่นฟ้องนายสืบพงษ์ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ฐานละเมิดฯ กรณีที่นายสืบพงษ์ให้สัมภาษณ์ในวันที่มีมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง กต เมื่อวันที่ 26 ตคที่ผ่านมา โดยเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายชำนาญเองก็เคยได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนทุ่งสองห้อง กล่าวโทษนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, นายพัลลอง มั่นดี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และ นสมณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ พรบว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พศ2550 มาตรา 14 และร้องทุกข์กล่าวโทษนายสืบพงษ์ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 การจัดแสดงภายในห้องนิทรรศการผสมผสานเทคนิคการนำเสนอที่ล้ำสมัย ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ ที่เหมือนพาผู้เข้าชมได้ย้อนเวลากลับไปอยู่บนเรือสมัยนั้น ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดยเปิดให้เข้าชม 25 รอบต่อวัน ตั้งแต่เวลา 1140 - 1940 น ใช้เวลาเข้าชม 35 นาทีต่อรอบนายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเคยประสบความสำเร็จการทำงานกับองค์กรระดับโลก ทั้ง โตโยต้า และอสมท อีกทั้งยังเคยรองนายกฯหัวหน้าทีมเศรษฐกิจมาแล้ว จึงอยากนำประสบการณ์มาช่วยพัฒนาประเทศ ขณะนี้ถึงเวลาต้องสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ ภายใต้คำที่คนอื่นชอบพูด คือ มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน และประชาชนมีความสุข และยืนยันว่าไม่ใช่พรรคที่เป็นนอมินีของพรรคเพื่อไทยแน่นอน เราเป็นอิสระ เพราะพรรคมีความคิดและการตัดสินใจได้อย่างอิสระ

ปัญหาเรื่องผิวหนัง เช่น ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอักเสบและคัน จะสร้างความรำคาญให้กับผู้สูงอายุในช่วงอากาศเย็นหรือใกล้ฤดูหนาวอย่างมาก เพราะอายุที่มากขึ้น ทำให้มีไขมันใต้ผิวหนังน้อย และต่อมไขมันทำงานลดลงตามอายุ จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ยิ่งเมื่ออาบน้ำอุ่นจัดก็จะยิ่งชะล้างไขมันที่ผิวหนังออกไปอีก การป้องกันปัญหานี้ ควรให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ไม่อาบน้ำนานๆ และควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำและเช็ดตัวพอหมาดๆ ทุกครั้ง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง ส่วนผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายควรใช้โลชั่นประเภทที่ใช้กับผิวเด็กอ่อนจะปลอดภัยกว่า และควรทาวันละหลายๆ ครั้ง เพราะสารเคลือบผิวจะหลุดลอกออกได้เมื่อเวลาผ่านไป14 พย61 - ที่โรงแรม เซ็นทารา แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ อดีตรองนายกฯ สมัยพรรคพลังประชาชน แถลงข่าวเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองว่า ก่อนหน้านี้มีหลายพรรคการเมืองติดต่อให้ตนไปร่วมงาน แต่จากการพูดคุยกับพรรคต่างๆได้ตัดสินใจที่จะร่วมงานการเมืองกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มีนายสุภดิช อากาศฤกษ์ เป็นหัวหน้าพรรคอยู่ในขณะนี้ โดยเหตุผลที่ตัดสินใจเช่นนี้เป็นเพราะจากการพูดคุยกับนายสภุดิช และกรรมการบริหารพรรค ที่มาเชิญให้ตนเข้าร่วมงานด้วย ซึ่งเขายินยอมให้ตนเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเขียนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของพรรคทั้งหมด และอีกเงื่อนไขที่ตนเสนอแล้วเขายินดีก็คือ หากจะให้ตนเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ก็จำเป็นต้องเสนอชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเขายินดีที่จะเสนอตนเป็นรายชื่อว่าที่นายกฯของพรรคเพียงรายชื่อเดียว อีกทั้งยินดีให้ตนเป็นหัวหน้าพรรค โดยตนจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคก่อนวันที่ 26 พยนี้ ชาวสวนยางเดินหน้ารวมพลแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ ชี้เดือดร้อนจริงไม่มีการเมือง กฤษฎา ประชุมด่วน เตรียมชง ครม 20 พยออกแพ็กเกจใหญ่อุ้มราคายาง ระยะสั้นใช้งบ 20,200 ล้านเยียวยา-ดันราคารับซื้อ สถานการณ์ราคายางพาราเมื่อวันพุธที่ 14 พฤศจิกายน ที่ราคาน้ำยางสดตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 28-31 บาท, ยางก้นถ้วย 12-15 บาท และยางแผ่น กกละ 32-35 บาท ทำให้กลุ่มชาวสวนยางยังคงเดินหน้ารวมพลกดดันรัฐบาลให้แก้ไขปัญหา โดยกลุ่มชาวสวนยางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้นัดรวมพล 5 จุด และเคลื่อนขบวนรถมุ่งหน้าสหกรณ์สุราษฎร์ธานี (โคออป) ขณะที่กลุ่มเกษตรกรสวนยาง อเวียงสระ สุราษฎร์ธานีเองก็รวมตัวบริเวณแยกใกล้ห้างโลตัสเวียงสระ เพื่อรอติดตามความเคลื่อนไหวจากชาวสวน จนครศรีธรรมราช นายศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ แกนนำเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารารายย่อยภาคใต้ กล่าวว่า ชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ และสุดทนกับความลำบากที่เกิดขึ้น ชาวบ้านอยากจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ให้รัฐบาลได้รับรู้ และในวันที่ 20 พยที่ จตรัง ก็เตรียมจัดกิจกรรมมารวมตัวกันด้วย การรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่ขับไล่รัฐบาล เพราะถ้าใครไม่ชอบ พลอประยุทธ์ก็แค่ไม่เลือกในการเลือกตั้งสมัยหน้า ไม่มีการเมืองเกี่ยวข้อง หรือมีเบื้องหลังใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพราะเดือดร้อนจริงๆ นายศักดิ์สฤษดิ์ระบุ นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อยแห่งประเทศไทย ระบุว่า ที่ผ่านมาชาวสวนยางได้ยื่นเรียกร้องขอความช่วยเหลือมาตลอด แต่กลับเงียบไม่มีความก้าวหน้าใดๆ จึงต้องเคลื่อนไหวแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้านนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณี พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สั่งให้กระทรวงเกษตรฯ แก้ปัญหาราคายางพาราภายใน 7 วันนั้น จากการประชุมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท) หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และบริษัทผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ 5 ราย ก็ได้ข้อสรุปว่า จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม) อนุมัติงบประมาณค่าชดเชยการขาดรายได้แก่ชาวสวนยางพารา ซึ่งขึ้นทะเบียนกับ กยท 1,400,000 ครัวเรือน จากเดิมที่เคยจ่ายไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ โดยจ่ายให้ทั้งเจ้าของสวนและผู้รับจ้างกรีดยาง ซึ่งปกติแล้วชาวสวนยางแบ่งสัดส่วนกันร้อยละ 60:40 ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มจำนวนให้มากกว่าไร่ละ 1,500 บาท หรือยังคงอยู่ที่ไร่ละ 1,500 บาท แต่เพิ่มจำนวนไร่ต่อครัวเรือนให้มากกว่า 15 ไร่ ซึ่งไม่ต่างจากการช่วยเหลือเมื่อปี 2560 โดยใช้งบกว่า 10,200 ล้านบาท นายกฤษฎากล่าวว่า ยังจะทำระบบรักษาเสถียรภาพราคายางพารา โดยราคาที่เกษตรกรควรขายได้ขณะนี้ สำหรับราคาน้ำยางสด กกละ 37 บาท ยางก้อนถ้วย กกละ 37 บาท ยางแผ่นรมควัน กกละ 40 บาท โดยกำหนดงบไว้ประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นจะใช้งบของ กยท หากไม่เพียงพอจะเสนอของบกลาง และหากภาคเอกชนรับซื้อต่ำกว่าราคาดังกล่าว รัฐจะชดเชยให้กิโลกรัมละ 2 บาท ทั้งนี้ กยท จังหวัดจะเข้าไปดูแลปริมาณการขายอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีการแจ้งเกินจริง ทั้งนี้ ระบบรักษาเสถียรภาพราคายางพาราจะดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกต่ำอยู่จะดีขึ้นในระดับที่เกษตรกรคุ้มทุน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าต้องกระตุ้นการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้น ร่วมกับลดปริมาณน้ำยางดิบลงให้ได้ จากปัจจุบันกรีดน้ำยางออกสู่ตลาดปีละ 4,500,000 ตัน สมควรลดลงเหลือ 4,000,000 ตัน นายกฤษฎากล่าว และว่า ไทยส่งออกยางพาราได้ปีละ 4,000,000 ตัน ที่เหลืออีก 1,500,000 ตันอยู่ในประเทศ แต่ใช้ไม่หมด จึงล้นตลาดกดราคามาตลอด จากนี้ไปไม่สามารถพึ่งการส่งออกเป็นหลักได้ เนื่องจากมีหลายประเทศที่ปลูกยางพาราเพื่อส่งออกเช่นกัน ดังนั้นการเพิ่มปริมาณการใช้ยางจึงเป็นแนวทางที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการสร้างแรงจูงใจด้วยมาตรการลดภาษี นายกฤษฎากล่าวต่อว่า ยังมีมาตรการที่ทำควบคู่กัน คือให้ กยทประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อจัดทำเครื่องนอน ทั้งที่นอนและหมอนจากยางพารา มอบให้โรงพยาบาล โรงเรียนประจำ สถานสงเคราะห์ ค่ายทหาร และเรือนจำ โดยให้ กยทรับซื้อน้ำยางดิบจากเกษตรกรราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 37 บาท โดยจะเสนอของบกลางมาดำเนินการ ซึ่งปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณจากที่หน่วยงานเหล่านี้ต้องจัดสรรงบเพื่อซื้อเครื่องนอนมาสนับสนุนการใช้ยางพารา โดยตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการใช้น้ำยางสดให้ได้ 170,000 ตันในปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะเริ่มรับซื้อทันทีที่ทราบปริมาณความต้องการใช้ ส่วนยางค้างสต๊อกที่เริ่มเสื่อมคุณภาพประมาณ 104,000 ตัน จะนำไปทำแผ่นปูพื้น โดยสั่งการให้ กยทเร่งสำรวจข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย กยทจะผลิตให้แก่โรงเรียนและสนามกีฬาที่ต้องการ ยังได้ประสานงานกระทรวงการคลังเพื่อให้พิจารณาว่าสามารถออกประกาศระเบียบพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการการใช้ยางพาราในภาครัฐเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่ยังมีงบประมาณสำหรับสนับสนุนโครงการนี้อีกกว่าหมื่นล้านบาทมาซื้อยางพาราไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ตามเป้าหมาย 200,000 ตัน จากปัจจุบันใช้ไปเพียง 8,800 ตัน เนื่องจากที่ผ่านมายังติดขัดปัญหาระเบียบพัสดุฯ ที่ต้องซื้อของราคาต่ำที่สุด แต่มีความคุณภาพสูงสุด รวมทั้งทำระบบประกันรายได้ของชาวสวนยางพารา โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก) ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้ กระทรวงจะนำเสนอในที่ประชุม ครมในวันที่ 20 พยนี้ นายกฤษฎาระบุ ปัญหาเรื่องผิวหนัง เช่น ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอักเสบและคัน จะสร้างความรำคาญให้กับผู้สูงอายุในช่วงอากาศเย็นหรือใกล้ฤดูหนาวอย่างมาก เพราะอายุที่มากขึ้น ทำให้มีไขมันใต้ผิวหนังน้อย และต่อมไขมันทำงานลดลงตามอายุ จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ยิ่งเมื่ออาบน้ำอุ่นจัดก็จะยิ่งชะล้างไขมันที่ผิวหนังออกไปอีก การป้องกันปัญหานี้ ควรให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ไม่อาบน้ำนานๆ และควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำและเช็ดตัวพอหมาดๆ ทุกครั้ง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง ส่วนผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายควรใช้โลชั่นประเภทที่ใช้กับผิวเด็กอ่อนจะปลอดภัยกว่า และควรทาวันละหลายๆ ครั้ง เพราะสารเคลือบผิวจะหลุดลอกออกได้เมื่อเวลาผ่านไป

อ่าน(281) | แสดงความคิดเห็น(61) | ส่งต่อ(628) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เคารพ Gonggong Zhang Xuanyi 2021-04-12

นากามูระ จิชิ เปลี่ยนการเมืองด้วยคนรุ่นใหม่ ชนภัทท์ เสริมทัพ ชาติพัฒนา 15 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

รองประธานาธิบดีสหรัฐไล่เบี้ย ซูจี กรณีโรฮีนจา 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 21:54 น รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐ ผสมโรงกดดันนางอองซาน ซูจี ระบุขณะพบกันนอกรอบที่สิงคโปร์เมื่อวันพุธว่า ความรุนแรงที่กองทัพเมียนมากระทำต่อชาวโรฮีนจานั้น ไม่มีข้อแก้ตัว และสหรัฐอยากเห็นความคืบหน้าในการลงโทษผู้กระทำผิด

faye kgm 2021-04-01 19:42:36

(ผู้สูงอายุที่ชอบจดบันทึก จะช่วยฝึกความทรงจำระยะสั้นให้ทำงานได้ดีขึ้น หรือความจำที่เราเพิ่งทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ไป ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้)

ซองมินกง 2021-04-01 19:42:36

อืมม์ม์ม์ไปๆ-มาๆ ไอ้ยุทธวิธี แตกแบงก์พันไปเป็นแบงก์ร้อย มันชักเป็นอะไรที่ไม่ได้กล้วยๆ ง่ายๆ ลื่นๆไหลๆ กันซักเท่าไหร่นัก เผลอๆ อาจแตกกระจัดกระจาย ไปเป็นเหรียญห้า เหรียญสิบ นับนิ้วมือ นิ้วตีน คาดคำนวณกันชนิดไม่หวัด-ไม่ไหว เรียกว่าขนาดถึงขั้นมีข่าวว่า นายใหญ่ และ น้องสาว ต้องลงมาดีดลูกคิด จิ้มเครื่องคิดเลขด้วยตัวเองอยู่ที่สิงคโปร์ อันนี้ต้องถือว่าชักจะยุ่งตายห่ะ ปวดหัวตายโหง ขึ้นมามั่งแล้ว, เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้ ๑ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖๒%) ๒อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐๗%) ๓โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖๗%) ๔มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖๖%) ๕เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖๐%) การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้ ๒ มิตินั่นคือ ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑ ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ดีมานด์-ซัพพลาย มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่ ตอบได้คำเดียวว่า ยากมาก ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ลุงตู่ หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้น。สสตะเบ็งเสียงสนับสนุนอดีตนายกฯ รานิล วิกรมสิงเห ระหว่างการประชุมสภาเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ที่กรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 14 พย 2561 / AFP。

โลแชง 2021-04-01 19:42:36

สถานการณ์รุนแรงในรัฐยะไข่เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วผลักดันชาวมุสลิมโรฮีนจากกว่า 700,000 คนอพยพข้ามชายแดนเข้าไปลี้ภัยในบังกลาเทศ พร้อมกับคำบอกเล่าถึงการกระทำทารุณโหดร้ายโดยกองทัพเมียนมา ทั้งการเข่นฆ่า ข่มขืน รุมโทรม และวางเพลิงทำลายหมู่บ้านชาวโรฮีนจา,รองประธานาธิบดีสหรัฐไล่เบี้ย ซูจี กรณีโรฮีนจา 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 21:54 น รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐ ผสมโรงกดดันนางอองซาน ซูจี ระบุขณะพบกันนอกรอบที่สิงคโปร์เมื่อวันพุธว่า ความรุนแรงที่กองทัพเมียนมากระทำต่อชาวโรฮีนจานั้น ไม่มีข้อแก้ตัว และสหรัฐอยากเห็นความคืบหน้าในการลงโทษผู้กระทำผิด。 เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้ ๑ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖๒%) ๒อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐๗%) ๓โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖๗%) ๔มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖๖%) ๕เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖๐%) การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้ ๒ มิตินั่นคือ ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑ ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ดีมานด์-ซัพพลาย มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่ ตอบได้คำเดียวว่า ยากมาก ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ลุงตู่ หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้น。

ตามคอก 2021-04-01 19:42:36

เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้ ๑ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖๒%) ๒อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐๗%) ๓โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖๗%) ๔มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖๖%) ๕เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖๐%) การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้ ๒ มิตินั่นคือ ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑ ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ดีมานด์-ซัพพลาย มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่ ตอบได้คำเดียวว่า ยากมาก ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ลุงตู่ หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้น, ประธานบอร์ด อภลั่น กัญชาไม่ใช่ยาวิเศษ ยังเป็นยาเสพติดอยู่ ยันสารสกัดไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ ไม่อนุญาตให้เสพเสรีหรือเพื่อความบันเทิง ขณะนี่ สนชเตรียมเรียกอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาแจงก่อนแก้กฎหมาย หวั่นเสียท่าต่างชาติ ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข วันพุธที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) จัดโครงการสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ โดยในช่วงอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผ่อนปรนกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ นพโสภณ เมฆธน ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม (อภ) กล่าวว่า กรอบการหารือและระดมความคิดเห็นนี้ เน้นเรื่องประโยชน์ทางการแพทย์ และการคลายล็อกกัญชา ขอย้ำว่ากัญชาไม่ใช่ยาวิเศษ แต่จะนำสารสำคัญในกัญชา ทั้ง THC และ CBD มาใช้ประโยชน์ และยังไม่ได้มีการอนุญาตให้ใช้เพื่อสันทนาการ ประชาชน หรือคนทั่วไป ยังไม่สามารถปลูกได้ กัญชายังคงเป็นยาเสพติดอยู่ ทั้งนี้ ในการปลดล็อกต้องทำเป็นขั้นตอนแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งทาง ครมได้เห็นชอบในหลักการให้นำกัญชาซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 5 มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ส่วนเรื่องของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ 11 บริษัท จดสิทธิบัตรสารสกัดกัญชานั้น ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาและศึกษาข้อกฎหมายอยู่ เพราะสารสกัดจากพืชไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ โดยเมื่อวันที่ 15 เคยสอบถามอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ระบุเองว่าไม่สามารถจดได้ ใจจริงไม่ได้อยากฟ้องหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมียื่นฟ้องกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ นพโสภณตอบว่า ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาและศึกษาข้อกฎหมายอยู่ เคยสอบถามอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ระบุเองว่าไม่สามารถจดได้ ใจจริงไม่ได้อยากฟ้องหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน คิดว่าคงไม่ฟ้อง คงมีการนัดคุยกัน แต่ยังไม่มีการระบุวัน ด้าน นพธเรศ กรัษนัยรววิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 พย ครมได้รับหลักการร่าง พรบยาเสพติดของ สนช แนวทางการปลดล็อกกัญชาก็จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งกัญชายังคงอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท 5 เหมือนเดิม แต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ผู้ดำเนินการต้องเป็นหน่วยงานรัฐ และมีกำหนดระยะเวลาในการใช้ 5 ปี แต่ต้องมีกฎหมายลูกรองรับ ซึ่งจะเร่งดำเนินการต่อไป นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ปปส กล่าวว่า การควบคุมกัญชาใช้ในทางการแพทย์ ตามกรอบวางไว้ ว่า ผู้ดำเนินการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่การปลูก สายพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้ได้กัญชาคุณภาพ นำสารสำคัญมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และผู้ขออนุญาตปลูก ต้องเป็นนิติบุคคล หน่วยงานของรัฐ มีโรงเรือนปิด ปลอดภัย และมีการกำหนดปริมาณในการปลูก เพื่อให้พอกับความต้องการ แต่บุคคลทั่วไปไม่สามารถปลูกได้ เพราะกัญชายังถือเป็นยาเสพติด การขออนุมัติปลูกยังต้องผ่านคณะกรรมการยาเสพติดด้วย ซึ่งขณะนี้ผู้ขออนุญาตและใช้ประโยชน์จากกัญชา ของกลางยาเสพติด คือมหาวิทยาลัยรังสิต และองค์การเภสัชกรรม ดรภกอนันต์ชัย อัศวเมฆิณ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประมวลกฎหมายยาเสพติดของ ปปส และร่าง พรบยาเสพติดฉบับ สนช มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือลดความผิดของผู้เสพ ให้เป็นผู้ป่วย แต่จะต้องควบคุมแค่ไหน ต้องดูกรอบกฎหมาย ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัด ต้องดูเรื่องการรับรองกำกับว่าจะทำอย่างไร เป็นแบบแพทย์แผนไทยหรือแผนปัจจุบัน การวิจัย ตำรับยาที่ไม่ได้วิจัย แต่ใช้เป็นทางเลือก ทุกอย่างต้องใช้ให้สมดุลและปลอดภัย ขณะที่นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการ ปปส กล่าวว่า แนวคิดผ่อนปรนเรื่องกัญชาออกจากยาเสพติดของไทยมีมาตั้งแต่ปี 2557 แต่ในปี 2559 อันก๊าส (Ungass) กำหนดให้ประเภทภาคีสมาชิกกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดด้านยาเสพติดที่เหมาะสม ซึ่งไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก ที่ผ่านมาบางคนมีการครอบครองเพื่อเสพ แต่เมื่อนำเข้ามาที่สนามบินกลับโดนโทษถึงประหารชีวิต เรื่องนี้ต้องผ่อนปรนอย่างเหมาะสม โดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ได้รวบรวมกฎหมายยาเสพติด 17 ฉบับ 184 มาตรา มาพิจารณาให้เหมาะสม เขากล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการ คาดว่าในเดือน ธคจะผ่านการพิจารณาวาระ 1 ซึ่งจะให้อำนาจ รมวสาธารณสุข ในการผ่อนปรนยาเสพติดเพื่อใช้ในการศึกษาหรืออุตสาหกรรมได้ หลักของประมวลกฎหมายยาเสพติด ไม่อนุญาตให้เสพเสรีหรือเพื่อความบันเทิง ครอบคลุมเรื่องของการเพาะปลูกหรือการทดลองเพาะปลูก และการครอบครองต้องเป็นปริมาณที่เหมาะสม อนาคตจะครอบคลุมกระท่อมให้เสพแบบวิถีพื้นบ้านแบบไม่มีความผิด นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเลื่อนการพิจารณาร่าง พรบยาเสพติดให้โทษ เนื่องจากวิป สนชได้ทราบถึงข้อห่วงใยในกรณีที่มีบริษัทต่างชาติดำเนินการมาขอจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการนำกัญชาไปในทางการแพทย์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้ที่ประชุมวิป สนชมีความเห็นว่าจำเป็นต้องเชิญอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามาชี้แจงต่อวิป สนชในวันที่ 20 พย ก่อนที่ สนชจะบรรจุร่าง พรบดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สนชต่อไป เลขานุการวิป สนชกล่าวว่า เท่าที่ สนชส่วนใหญ่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้วมีความเห็นว่า ปัจจุบันกัญชายังเป็นยาเสพติดต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่สามารถเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่จะได้รับการคุ้มครองทางสิทธิบัตรตามกฎหมายได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 9 (5) ของ พรบสิทธิบัตร พศ2522 ที่กำหนดว่าการประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี อนามัยหรือสวัสดิภาพของประชาชน จะไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พรบ ดังนั้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะต้องไม่รับการจดสิทธิบัตรดังกล่าวเอาไว้ และจำเป็นต้องเพิกถอนคำร้องขอยื่นจดสิทธิบัตรทันที นายสมชายกล่าวว่า สนชเป็นห่วงว่าหากไม่ดำเนินการเพิกถอนการขอจดสิทธิบัตรออกไปก่อน เกรงว่าหากต่อไปเมื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช และมีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้ต่างชาติได้รับรองการจดสิทธิบัตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการที่หน่วยงานภาครัฐหรือมหาวิทยาลัยจะทำการวิจัยค้นคว้าทางการแพทย์ เนื่องจากต้องไปขออนุญาตจากเจ้าของสิทธิบัตรที่เป็นต่างชาติก่อน。 เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้ ๑ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖๒%) ๒อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐๗%) ๓โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖๗%) ๔มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖๖%) ๕เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖๐%) การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้ ๒ มิตินั่นคือ ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑ ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ดีมานด์-ซัพพลาย มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่ ตอบได้คำเดียวว่า ยากมาก ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ ลุงตู่ หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้น。

กลุ่มโจรสลัดตัวตลก 2021-04-01 19:42:36

รายงานวอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างด้วยว่า ริคาร์เดลโดนไล่ออกและถูกพาตัวออกจากทำเนียบขาวแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์รายหนึ่งปฏิเสธกับผู้สื่อข่าวเรื่องนี้,ทำไมทักษะภาษาอังกฤษไทย ย่ำแย่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8? 15 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น พาดหัวข่าวบอกว่าการสำรวจระดับสากลล่าสุดบอกว่า คะแนนทักษะภาษาอังกฤษเฉลี่ยของคนไทยยังแย่ต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 8 แล้ว เป็นข่าวที่คนไทยควรต้อง ตระหนก กันทั่วประเทศ แต่ส่วนใหญ่คงจะแค่ ตระหนัก เท่านั้น ความตระหนักไม่ช่วยแก้ปัญหาเพราะนานๆ เข้าก็กลายเป็นเรื่อง ก็เป็นที่รู้ๆ กัน แต่ไม่มีใครลงมือทำให้ปัญหานั้นหายไปได้ ข่าวบอกว่าดัชนีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษนานาชาติชี้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยยังคง ย่ำแย่ และอยู่ในระดับเดิมเป็นเวลาถึง 8 ปีซ้อน สื่อไปถามผู้เชี่ยวชาญก็จะได้รับคำตอบเดิมๆ ว่าเพราะการเรียนการสอนของเราล้าหลัง เน้นแต่ท่องจำและสอนแต่ไวยากรณ์เป็นหลัก เราได้ยินได้ฟังข้อเสนอให้ปรับปรุงแก้ไขเรื่องการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมาหลายสิบปีแล้ว ทำไมปัญหายังแก้ไม่ได้? งานวิจัยหัวข้อนี้มีมากมาย ข้อสรุปและข้อเสนอก็มีเป็นปึกๆ แต่ไฉนจึงยังวนเวียนอยู่เช่นนี้ นั่นคือคำถามที่ต้องหาคำตอบให้ได้ หาไม่แล้วเราก็จะวกวนอยู่กับปัญหา และข้อเสนอทางออกเดิมๆ แต่ท้ายที่สุดเราก็ยังย่ำอยู่กับที่ คำถามต่อมาก็คือว่า ทำไมประเทศเพื่อนบ้านเราจึงสามารถยกระดับคะแนนทักษะภาษาอังกฤษได้ แต่เราทำไม่ได้ รายงานประจำปี 2561 ของสำนักงานจัดอันดับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ หรือ Education First (EF) ที่มีสำนักงานใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งออกมาเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ระบุว่าไทยอยู่ในอันดับ 64 จาก 88 ประเทศทั่วโลกที่ไม่ได้ใช้อังกฤษเป็นภาษาหลัก และได้คะแนนเพียง 4854 จาก 100 คะแนน เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน ไทยได้คะแนนในอันดับ 6 จาก 8 ประเทศอาเซียนที่ทำการสำรวจ เรียงตามลำดับ คือ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย เมียนมา และกัมพูชา รายงานเดียวกันนี้บอกว่า สวีเดนมีคะแนนสูงสุดในบรรดาประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ประเทศที่คะแนนต่ำสุดก็คือ ลิเบีย ผลจากคะแนนสอบนำมาจัดหมวดหมู่เป็น 5 ระดับ คือ สูงมาก สูง ปานกลาง ต่ำ ต่ำมาก คะแนนของไทยถูกจัดอยู่ในระดับ ต่ำ และโปรดทราบด้วยว่าไทยเราอยู่ในระดับนี้ตั้งแต่ EF ออกรายงานฉบับแรกในปี 2554 หรือ 8 ปีแล้ว นอกจากนี้ EF ยังให้ข้อมูลเปรียบเทียบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของผู้หญิงว่า คะแนนของผู้หญิงสูงกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงมีเฉลี่ย 5457 และผู้ชาย 5263 จากผู้ทดสอบทั้งสิ้น 13 ล้านคนทั่วโลก คะแนนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายในไทยก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผมอ่านข่าวนี้แล้วอยากรู้ว่าเขาทดสอบอย่างไร ก็ได้ความว่าเป็นการทดสอบแบบออนไลน์สำหรับคนทั่วไป โดยวัดผลจากทักษะการฟังและการอ่าน EF บอกว่าการสำรวจอย่างนี้อาจส่งผลให้ภาพรวมคะแนนออกมามากกว่าปกติ เพราะไม่ได้เข้าถึงกลุ่มคนยากไร้หรือคนที่ไม่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ผมพูดคุยกับผู้รู้หลายคน เห็นตรงกันว่าการจะแก้ไขปัญหานี้ต้อง รื้อทั้งระบบ และต้องกล้าคิดนอกกรอบจริงๆ เช่นยกเลิกการสอบในวัยเด็ก ให้สอนการสนทนาและการสื่อสารก่อน ไวยากรณ์ให้สอนให้วัยโตแล้ว และไม่ให้ความสำคัญมากเกินความจำเป็น มุ่งเน้นใช้งบประมาณสร้างคุณภาพครูและนักเรียน ไม่ทุ่มเงินไปสร้างตึกหรือการบริหารระบบราชการที่คร่ำครึ ว่ากันว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี 2542 ได้เสนอการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้เป็นไปในทางที่เน้นให้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร หรือที่เรียกว่า communicative language teaching แต่เอาเข้าจริงๆ ในทางปฏิบัติไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะครูยังคุ้นชินกับวิธีการสอนที่เน้นโครงสร้างหลักไวยากรณ์เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้มาตลอดไม่ว่าจะครูรุ่นใหม่หรือเก่าก็ตาม ผมสังเกตว่าครูและข้าราชการของเราไปดูงานต่างประเทศเรื่องสอนภาษาอังกฤษมากมาย รวมถึงตัวอย่างของการปฏิรูปการศึกษาของหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ ตัวอย่างเช่นฟินแลนด์ แต่ทำไมเราไม่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับการศึกษาของเราได้? คำตอบคือการดูงานก็คือการดูงาน กลับมาก็ยังทำงานเหมือนเดิมเพราะกฎกติกาแก้ไขไม่ได้ กระบวนคิดหรือ mindset ก็ไม่เปลี่ยน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพูดไว้น่าฟังว่า ถ้าคุณทำอะไรเหมือนเดิม แล้วคาดหวังว่าผลที่ออกมาจะต่างไปจากเดิม คุณก็บ้าแล้ว ผมจึงเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนเรื่องนี้เหมือนกับหลายเรื่องที่ต้องยกเครื่องกันครั้งใหญ่ นั่นคือ การทำลายอย่างสร้างสรรค์ หรือ creative destruction นักการเมืองที่อาสาประชาชนมาบริหารประเทศในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ต้องตอบคำถามประชาชนว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ อย่างไร。 นายเอเค ซูซูกิ ผู้ว่าราชการ จมิเอะ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ได้แนะนำเทคโนโลยีด้านการแปรรูปอาหารของ จมิเอะให้กับผู้ประกอบการไทย โดยนำเครื่องจักรแปรรูปอาหารเข้ามาใช้ในการวิจัยและการทดลอง และจัดสัมมนาแนะนำเทคโนโลยีอาหารแปรรูปของอาหารใน จมิเอะด้วย เพื่อสนับสนุนความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการจากมิเอะ โดยหวังว่า อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ทั้งของไทยและ จมิเอะจะร่วมกันเติบโตก้าวหน้าต่อเนื่อง。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ฟุตบอล ฉบับการ์ตูนรับเงินบาท| ฟุตบอล นักเรียน ไทย 18 ปี 25612021โปรโมชั่น| ฟุตบอล ทการเดิมพัน| ช่อง ดู บอล พรีเมียร์ ลีก ฟรี| แอพเดิมพัน LOLการพนัน| CMRU FCลุ้นบาท| เดิมพันสล็อตการพนัน| ช่อง 7 บอล สด2021 เล่นฟรี| วิเคราะห์ ผล บอล วัน นี้ ทุก ลีกการเดิมพัน| ส ฟุตบอลแห่งประเทศไทยการเดิมพัน| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ฝรั่งเศส| ผล ตาราง คะแนน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกการเดิมพัน| คาสิโนออนไลน์เครดิตฟรี 20212021 เล่นฟรี| บริษัท ไทย พรีเมียร์ ลีก จํากัดเงินฟรี| เดิมพัน E-sportsเงินฟรี| เว็บ ราคา บอล ต่าง ประเทศทดลองใช้ฟรี| ฟุตบอล 96.52021โปรโมชั่น| ผลบอลสด ที่เด็ดรับเงินบาท| ฟุตบอล ศุภชลาศัยประเทศไทย| คาสิโน มาเก๊าการเดิมพัน| พนัน บอล เล่น ยัง ไงการพนัน| ฟุตบอล ลาลีกาการพนัน| เกมคาสิโน2021 เล่นฟรี| ฟุตบอล 5 ดาวการเดิมพัน| ไทย พรีเมียร์ ลีก ชลบุรีทดลองใช้ฟรี| บอลต่อรอง คือ2021 เล่นฟรี| ฟัง บอล สด fm 96เงินฟรี| เกมยิงปลา iosการเดิมพัน| บอลสด ฝรั่งเศสเงินฟรี| ฟุตบอล ฮอตลีกการเดิมพัน| ฟุตบอล อ2021โปรโมชั่น| บาส ncaaประเทศไทย| ดูบอลสด 692021โปรโมชั่น| ตู้ slot เล่น ยัง ไงการเดิมพัน| สล็อตใหม่ล่าสุดลงทะเบียนฟรี| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ช่อง3ลุ้นบาท| ผล บอล สด คอนยาสปอร์ประเทศไทย| ดูผลบอลสด บ้านผลบอล2021 เล่นฟรี| เกมสล็อต เงินจริง| บอล วัน นี้ ยู16การพนัน| สล็อต ออนไลน์ ใหม่รับเงินบาท| ดู บอล สด บางกอก ก ล๊า สการพนัน| ฟุตบอล ทีม ชาติ ไทย วัน นี้| รีวิว สล็อตรับเงินบาท| สโมสรฟุตบอลเบอร์มิงแฮมซิตี| ดูบอลออนไลน์ 365| ฟุตบอลไทย ล| พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ข่าวการเดิมพัน| บอล วัน นี้ กี่ โมงรับเงินบาท| การพนันฟุตบอลถูกกฎหมาย2021โปรโมชั่น| ผลบอลสดไทย เมื่อคืนเงินฟรี| สล็อตใหม่ล่าสุดลงทะเบียนฟรี| ดูบอลสด ศรีสะเกษ อยุธยา2021 เล่นฟรี| tvดูบอลสดไทยกัมพูชา| ตาราง คะแนน บอล ลีก 1 อังกฤษเงินฟรี| รูเล็ต ออนไลน์ pantipเงินฟรี| ฟุตบอล ดารา ช่อง 3 49 ปีการพนัน| ฟุตบอล ภาษาเกาหลี| ฝากขั้นต่ำ 200| วิเคราะห์บอลวันนี้ 5/3/62ลงทะเบียนฟรี| ดู บอล บราซิล ออนไลน์| วิเคราะห์ บอล วัน ที่ 9 12 60รับเงินบาท| สล็อต เติม เงิน ผ่าน wallet2021 เล่นฟรี| สล็อต ออนไลน์ ฟรี เครดิต เล่น ผ่าน เว็บประเทศไทย| ฟุตบอลทีมชาติไทย ฟรับเงินบาท| ตาราง คะแนน ฟุตบอล ยู 19เงินฟรี| ถ่ายทอด สด บอล ญี่ปุ่น วัน นี้รับเงินบาท| พนัน บอล ออนไลน์ pantip2021โปรโมชั่น| ผล การ แข่งขัน ฟุตบอล แมน ยูเงินฟรี| สล็อตมาแรงรับเงินบาท| สล็อต เล่นยังไง2021 เล่นฟรี| สล็อตคุกกี้ประเทศไทย| สมัครเว็บบอลลุ้นบาท| แทงบอล คืนนี้รับเงินบาท| วิธี การ เล่น พนัน บอลลุ้นบาท| เล่นสล็อตออนไลน์ผ่านทางมือถือรับเงินบาท| บอลสด ศรีสะเกษ| ดูบอลสด true sport hd 2| เกมสล็อตออนไลน์ (SlotXO)| ดูบอลสด คริสตัล พาเลซทดลองใช้ฟรี| วิเคราะห์บอล 100 เปอร์เซ็นต์วันนี้2021โปรโมชั่น| ฟุตบอล ธรรมศาสตร์ จุฬารับเงินบาท| ติดบาคาร่า pantip| วิเคราะห์บอล 7m พรุ่งนี้เติมเงินไทยฟรี| พร บ การ พนัน ฟุตบอลการพนัน|